ตรวจน้ำรั่วง่ายๆด้วยตัวเอง

การตรวจเช็กน้ำรั่วเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากในการตรวจรับบ้าน เพราะความเสียหายจากน้ำมักจะลุกลามและแก้ไขยากในภายหลังครับ โดยหลักๆ จะแบ่งจุดที่ต้องโฟกัสออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้ครับ
1. การทดสอบระบบท่อน้ำดี (Pipe Leakage)
เป็นการเช็กว่าท่อน้ำที่ฝังอยู่ในผนังหรือใต้ดินมีจุดรั่วหรือไม่
วิธีทดสอบ: ปิดก๊อกน้ำทุกจุดในบ้าน (รวมถึงวาล์วน้ำเข้าถังพักชักโครก) จากนั้นไปดูที่ มิเตอร์น้ำ
จุดสังเกต: หากตัวเลขหรือใบพัดในมิเตอร์ยังหมุนอยู่ แสดงว่ามีจุดรั่วซึมในระบบท่อ
แรงดันน้ำ: ควรเปิดปั๊มน้ำทิ้งไว้เพื่อดูว่าปั๊มทำงานเองเป็นระยะๆ ทั้งที่ไม่ได้ใช้น้ำหรือไม่
2. การทดสอบพื้นที่เปียก (Floor & Drain)
เช็กการกันซึมของพื้นห้องน้ำ ระเบียง และการไหลของน้ำ
การขังน้ำ (Flood Test): ปิดรูระบายน้ำ (Floor Drain) ให้สนิท แล้วขังน้ำให้สูงประมาณ 3-5 ซม. ทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง
จุดสังเกต: ตรวจสอบฝ้าเพดานของชั้นล่างว่ามีรอยคราบน้ำหรือหยดน้ำหรือไม่ รวมถึงเช็กขอบผนังด้านนอกห้องน้ำว่ามีความชื้นซึมออกมาหรือไม่
การสโลป (Slope): ลองราดน้ำไล่ฝุ่นดูว่าน้ำไหลลงท่อได้รวดเร็วหรือไม่ มีน้ำขังเป็นแอ่งที่พื้นหรือไม่
3. การทดสอบสุขภัณฑ์ (Sanitary Ware)
ชักโครก: ใส่สีผสมอาหารลงในถังพักน้ำ แล้วทิ้งไว้สักพัก ดูว่ามีสีรั่วซึมลงมาในโถหรือไม่ (เช็กวาล์วปิดน้ำ) และดูรอบฐานชักโครกว่ามีน้ำซึมออกมาเวลาฟลัชน้ำหรือไม่
อ่างล้างหน้า/ซิงค์ล้างจาน: ขังน้ำให้เต็มอ่างแล้วปล่อยน้ำออกทีเดียว เพื่อเช็กแรงดันน้ำในท่อน้ำทิ้งว่าหลุดหรือรั่วตามข้อต่อ (P-Trap) หรือไม่
4. การทดสอบเปลือกอาคาร (Exterior & Roof)
เช็กการรั่วซึมจากภายนอกเมื่อฝนตก
หน้าต่าง/ประตู: ใช้สายยางฉีดน้ำแรงๆ ไปที่ขอบหน้าต่างและประตูทุกบาน โดยฉีดเน้นตามขอบยางและรอยต่อระหว่างเฟรมกับผนังปูน
หลังคา: หากเป็นไปได้ควรขึ้นไปดูใต้หลังคาหลังฝนตกหนัก หรือใช้สายยางฉีดน้ำขึ้นไปบนหลังคา (ในจุดที่เสี่ยงเช่น รอยต่อตะเข็บราง) เพื่อดูว่ามีน้ำหยดลงบนฝ้าหรือไม่

